ปัญหาที่เกิดจากการสะท้อนแสงของมุ้งลวด

ปัญหาที่เกิดจากการสะท้อนแสงของมุ้งลวด ได้มีการแก้ไขโดยการนำผืนมุ้งลวดที่ผ่านการชุบอโนไดซ์ครั้งที่หนึ่งแล้วนั้น ไปชุบอโนไดซ์สีชาดำอีกครั้งหนึ่ง ความหนาของเคลือบผิวประมาณ 10-14 ไมครอน เมื่อผ่านการชุบอโนไดซ์สีชาดำแล้ว มุ้งลวดจะทนต่อการ กัดกร่อนของสนิมโลหะได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความชื้นในสภาพการใช้งานปกติ หรือได้ความเค็มจากน้ำทะเล นอกจากนี้การชุบสีชาดำยังช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากภายนอกอาคารเข้าสู่ภายในได้ถึง 30% ด้วย

ผลที่ได้จากการชุบอโนไดซ์สีชาดำอีกประการหนึ่งคือ มุ้งลวดจะไม่สะท้อนแสง ทำให้ภาพที่มองผ่านมุ้งลวดชนิดนี้มีความชัดเจนมากกว่ามุ้งลวดชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้ยังทำให้ผิวมุ้งลวดมีความเรียบและลื่นมากขึ้นกว่าการชุบมุ้งลวดได้ง่ายกว่ามุ้งลวดธรรมดาทั่วไป และนอกจากจะชุบอโนไดซ์สีชาดำแล้ว ยังมีมุ้งลวดชนิดชุบอโนไดซ์สีถ่าน (Charcoal Finish) ให้เลือกอีกอย่างหนึ่งด้วย ซึ่งมีคุณสมบัติต่าง ๆ เหมือนกับการชุบอโนไดซ์สีชาดำ

เล่ามาถึงตรงนี้แล้ว สิ่งที่หลายๆ คนสนใจต่อจากนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของราคา เพราะเมื่ออ่าน ๆ ดูแล้ว มุ้งลวดชนิดชุบอโนไดซ์นี่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะดูจะมีคุณสมบัติดีกว่ามุ้งลวดชนิดอื่น ในเรื่องของราคานั้นก็เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า วัสดุที่มี การผลิตที่ซับซ้อนกว่าธรรมดา เพื่อให้คุณภาพดีขึ้นนั้น ย่อมต้องมีราคาสูงกว่าวัสดุอย่างอื่น ๆ มุ้งลวดเองก็เช่นกัน ถ้าจะให้ลำดับในเรื่องราคาแล้ว มุ้งลวดที่มีราคาต่ำที่สุดนั้น ก็เห็นจะเป็นมุ้งลวดที่เราผลิตใช้ได้เองภายในประเทศคุณภาพอาจจะน้อยไปสักหน่อยเมื่อ เทียบกันกับของต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีทางการผลิตสูงกว่า ส่วนมุ้งแบบไฟเบอร์และมุ้งลวดแบบชุบอโนไดซ์นั้น จะมีราคาสูงต่ำไล่ลำดับกันไป